เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28/3/09) นัดแนะกับอาจารย์ภัทรว่าจะไปเที่ยวชมซากูระกันที่ Hiroshima
ตื่นมาตีห้าครึ่งเพราะว่าต้องขึ้นรถไฟเที่ยว 5.59 am ให้ทัน ต้องบวกเวลาเดินจากมหาลัยไปสถานีรถไฟอีกประมาณครึึ่งชม
ขอบอกว่าไม่อยากตื่นเลยครับ หนาวก็หนาว ในใจมันร้องบอกว่าไม่ต้องไปหรอกนอนสบายอยู่ในผ้าห่มดีกว่า
แต่แล้วก็แว่บขึ้นมาได้ว่า ถ้าไม่ไปครั้งนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้ไปอีก เอาว่ะเป็นไงเป็นกัน
ไปถึงสถานี Gakkenkitaiko ตอน 5.58 am พอดีห้า 5.59 am ปุ๊บรถไฟมาทันทีเลยครับ มันตรงเวลาจริงๆ นี้ถ้าช้าไปแค่ครึ่งนาทีก็มีตกลงกันได้ครับ
จาก Gakkenkitaiko (Chuo line) ไปที่สถานี Hommachi (Midosuji line) เพื่อที่จะไปขึ้นรถ shinkansen ที่สถานี shin-osaka ครับ
หลังจากที่เรานั้งรถไฟมาหลายครั้งเริ่มไม่ค่อยกลัวหลงกับการนั้งรถไฟที่นี้แล้วครับ เพียงแต่ว่าควรจะศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนออกมานะครับ ตัดสินใจไว้ก่อนว่าจะใช้เส้นทางไหน รถไฟมากี่โมง แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะเลยครับ
พอมาถึง Shin-Osaka ก็ต้องไปหาซื้อตั๋วรถ shinkansen เพื่อที่จะไป Hiroshima กานก่อนครับ
ที่สถานีมันจะมี counter ขายเฉพาะตัว shinkansen เลยครับ ก็ดูเบอร์รถที่เราจะไปแล้วก็ซื้อเลยครับ
สำหรับราคานั้นไม่แพงไม่ถูก แต่ผมว่าแพง ทำใจไม่ได้
ตั๋วขาไปนั้นอยู่ประมาณ เก้าพันกว่าเยน เอาเป็นว่าไปกลับก็ประมาณ เจ็ดพันกว่าบาทครับ แต่ว่าถ้าใครมีบัตรนักเรียนสามารถติดต่อที่มหาลัยได้นะครับ จะได้ส่วนลด น่าจะลดประมาณ 20% แต่ของผมบัตรนักเรียนยังไม่ออก เศร้าเลย

ประตูทางเข้ามันจะมีสองชั้นครับ ชั้นแรกเสียบตั๋๋วเข้าไปก่อนหนึ่งใบ พอถึงชั้นที่สองให้เสียบสองใบเข้าพร้อมกันเลยครับ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกาน เจ้าหน้าที่เค้าบอกมาครับ
หลังจากเข้ามาข้างในแล้วก็เจออาจารย์ภัทรครับ รถที่เราจะไปคือสาย Hikari 549 ครับจุดหมายปลายทางอยู่ที่ฮิโรชิมานั้นเอง

บรรยากาศภายในชินกันเซนนั้นก็เหมือนนั้งอยู่ในเครื่องบินเลยครับ เพียงแต่ว่าเสียงจะดังกว่านิดหน่อย ช่วงที่อยู่ในหุบเข้าแล้วออกมานั้นมีอากาศหูอื้อด้วย
นั้งชินกันเซนประมาณหนึ่งชม ก็มาต่อรถไฟต่อจนมาถึงสถานี Miyajima ครับ เพื่อที่จะมาขึ้นเรือเฟอรรี่ครับ จุมหมายแรกของเราก็คือไปดูซากูระ กับ วัดลอยน้ำครับ + กินหอยนางรมที่ขึ้นชื่อครับ

วันนี้แดดกำลังดีครับ ไม่ร้อนไม่หนาวมากเกินไป เรามาถึงกันตอนเช้าน้ำมันยังขึ้นอยู่ครับ เพราะฉะนั้นประดู กับตัววัดนั้นเราก็จะเห็นมันอยู่ในน้ำครับ แต่พอเป็นช่วงตอนบ่ายๆ น้ำก็จะเริ่มลงครับ เค้าว่ากันว่าไอ้ตัวประตูกับวันเนี้ยไม่ได้เจาะเสาเข็มลงไป เพียงแต่ตั้งไว้เฉยเท่านั้น กันเวลาแผ่นดินไหวหรือเวลาพายุเข้าครับ จะทำให้มันไม่พังลงมาครับ

(ประตู O-torii)
สำหรับซากูระนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะว่ามันกำลังบานเต็มที่เลยครับ เหมือนอยู่ในหุบเขาแห่งซากูระเลย

ก่อนจะเข้าไปในวัดผมกับอาจารย์ภัทรตัดสินใจไปกินข้าวกันก่อน ก่อนที่คนมันจะเยอะตอนกลางวัน จะได้ไม่ต้องรอคิวนานครับ
ในซอยมีมีร้านอาหารมากมายให้เลือกครับ แต่ว่าจุดประสงค์ของเรางานนี้คือ หอยนางรมเท่านั้น เลยต้องมาร้านนี้เลยครับ เป็นร้านเด็ด

(ร้าน Hayashi) ได้ข่าวว่าร้านนี้ดัง (เพิ่งได้ข่าวมาตอนเห็นคนต่อคิวเนี้ยแหละ ร้านอื่นนะคนโล่งๆ อิอิ)


หอยที่นี้เด็ดจริงๆครับ ตัวใหญ่ประมาณฝ่ามือคนได้ครับ แล้วก็สดๆทั้งนั้น เราสั่งหอยมาสองแบบครับ แบบย่างกะแบบกินสดๆ อาจารย์เค้าชอบแบบย่างครับ แต่ผมชอบแบบสดๆ ครับ ไว้ใครมาต้องมาลองให้ได้นะครับ
หลังจากที่เราเต็มพลังกันเสร็จแล้ว ก็ไปลุยกันที่ศาลเจ้าต่อ เดินมาถึงหน้าศาลเจ้าตกใจเลยครับ ผ่านมาแค่ไม่ถึงชั่วโมงน้ำลงไปเยอะเลยครับ เลยได้เห็นวัดแค่ปริมๆน้ำ

วันนี้โชคดี มีคนมาแต่งงานที่นี้พอดีครับ เลือกได้เห็นบรรยากาศไปอีกแบบ


บ่ายแกๆ เราสองคนก็นั้งรถไฟกลับมาในตัวเมืองฮิโรชิมาครับ เพื่อที่จะกลับมาดู Atomic bomb museum
เราเลือกใช้บริการของรถรางที่นี้ครับ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ยังหลงเหลือรถรางวิ่งอยู่ครับ

และแล้วเราก็มาถึงครับ นี้ก็คือตึกที่ bomb ตกลงมาที่ตึกนี้ครับ แต่ว่ามันแตกก่อนจะถึงพื้นดินประมาณ หกร้อยเมตรครับ
ตึกนี้เป็นตึกเดียวที่เค้ายังเก็บเอาไว้ให้คนรุ่นหลังดูครับ

และรูปต่อมานี้ก็เป็นอนุเสาวรีย์ของซาดาโกะครับ เธอป่ายเป็นลูคีเมียครับเพราะว่าโดนรังสีจากระเบิด เธอเชื่อว่าถ้าเกินพับน้องกระเรียนครบ 1000 ตัวเธอก็จะหายครับ

รูปต่อมาเป็นอนุเสาวรีย์เหยื่อระเบิดปรามาณูครับ เค้าเก็บรายชื่อของคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั่้งนั้นไว้ในนี้ครับ

หลังจากนั้นก็เข้ามาชมใน museum ครับมีภาษาไทยให้ฟังด้วยนะครับ

นี้คือสภาพเมืองฮิโรชิมาก่อนที่จะโดนระเบิดครับ เห็นตึกที่หลังคาสีเขียวๆไหมครับ นั้นคือตึกที่เราเห็นซากในรูปแรกครับ

และนี้คือภาพหลังจากที่โดนระเบิดแล้วครับ เค้าว่ากันว่าคนตายทันทีประมาณสามแสนคนเลยครับ

ไม่เหลืออะไรเลยจริงๆครับ และข้างล่างคือรูปจริงๆที่เค้าถ่ายไว้ครับ

สรุปว่าเที่ยวครั้งนี้คุ้มมากครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีอีกครั้งนึงครับ กลับหอไปนี้สลบหลับยังเที่ยงเลยครับ